แนวคิด ‘Authentic Learning’ หรือ ‘การเรียนรู้เชื่อมโลกจริง’ เป็นแนวคิดหลักของการออกแบบโมดูลการเรียนรู้ ‘ครูคือกระบวนการ’ โดย อ.เปี๊ยก – รศ.ดร.สิทธิชัย วิชัยดิษฐ และ คุณมะโหนก – ศุภวิชช์ สงวนคัมธรณ์ ภายใต้โครงการโรงเรียนปล่อยแสง กทม. ซึ่งเชื่อว่า การเรียนรู้ที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตหรือบริบทจริงและความต้องการของผู้เรียนสำคัญกว่าการสอนตามตำราเพียงอย่างเดียว ดังนั้น แกนการเรียนรู้สำคัญในโมดูลนี้ คือ การชวนให้ครูได้ทดลองออกแบบประสบการณ์การเรียนรู้ที่ใช้โจทย์จากสภาพแวดล้อมจริงเป็นวัตถุดิบหลักในการออกแบบการเรียนรู้ โดยการสร้างพื้นที่ให้ครูได้ทำงานร่วมกันเป็นทีม (Team Teaching) รวมถึงได้แบ่งปันความรู้จากการทดลองออกแบบและเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริง

บทความนี้ เสนอให้เห็นข้อค้นพบสำคัญของการจัดกระบวนการเรียนรู้ครั้งนี้ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นที่ตัวกิจกรรมหรือกระบวนการที่วิชาได้เตรียมไว้ ทว่า เกิดจากการมีส่วนร่วมของผู้เข้าร่วมที่ช่วยแสดงให้เห็นแง่มุมว่า กระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มหรือการฝึกฝนทำงานร่วมกันเป็นทีม (Team Teaching) เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างไร
อะไรคือแรงบันดาลใจของโมดูลการเรียนรู้ ‘ครูคือกระบวนกร’
อ.เปี๊ยก ได้เล่าถึงแรงบันดาลใจและแนวคิดเบื้องหลังในการออกแบบวิชาหรือกระบวนการเรียนรู้ของโมดูลการเรียนรู้ ‘ครูคือกระบวนกร’ ได้แก่
(1) ความเชื่อมั่นในศักยภาพและความรู้ของครู กล่าวคือ มีความเชื่อหลักว่าครูทุกคนมีความรู้ มีทักษะ และมีประสบการณ์เกี่ยวกับการสอนอยู่เต็มมือ ซึ่งเป็นความรู้ที่ถูกนำมาใช้จริง ฝังอยู่ในเนื้อในตัว และสามารถนำไปปรับใช้ได้กับบริบทจริงได้ ไม่ใช่เป็นเพียงความรู้แห้ง ๆ ที่อยู่ในหนังสือ อย่างไรก็ตาม ครูอาจขาดพื้นที่ในการแสดงออกหรือขาดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์นั้น ๆ กับเพื่อนครู โมดูลเรียนรู้นี้จึงออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ครูได้นำความรู้เหล่านั้นมาแบ่งปันกันอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านกิจกรรม Demo Class ที่ทำให้ครูต้องร่วมกันคิดออกแบบกระบวนการและได้ทดลองสอนจริง
(2) การเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ (Experiential Learning Theory) โมดูลการเรียนรู้นี้อาศัยวงจรการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ของโคล์บ (Kolb) เป็นโครงสร้างหลักในการจัดกระบวนการ โดยออกแบบให้วงจรการเรียนรู้หมุนผ่าน 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การให้ครูได้ลงมือทำเพื่อรับประสบการณ์ตรง (2) การสะท้อนคิด (3) การกลั่นกรองออกมาเป็นองค์ความรู้ (Conceptualize) และ (4) การนำไปทดลองใช้จริง โดยมีกรอบใหญ่คือการให้ครูสวมบทบาทเป็น ‘ผู้เรียน’ เพื่อสัมผัสประสบการณ์ตรง และสวมบทบาท ‘ผู้สอน’ เพื่อลองนำสิ่งที่เรียนรู้ไปทดลองสอนจริงแล้วกลับมาสะท้อนบทเรียน
(3) หัวใจสำคัญของการออกแบบโมดูลการเรียนรู้นี้ตั้งอยู่บนความเชื่อว่า การเรียนรู้ที่มีความหมายจะต้องเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับชีวิตจริงของผู้เรียน (Authentic Learning) กล่าวคือ ในภาพรวมของการจัดกระบวนการเรียนรู้ในโมดูลนี้ตั้งคำถามว่า จะสร้างการเรียนรู้ในห้องเรียนอย่างไรให้ผู้เรียนรู้สึกเห็นคุณค่า เห็นความหมาย และรู้ว่าเรียนเรื่องเหล่านี้ไปเพื่ออะไร ซึ่งเป็นคำถามสำคัญที่นำมาสู่การนำเสนอแนวคิดการออกแบบการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงกับชีวิตและบริบทรอบตัวของผู้เรียน เพื่อให้การเรียนรู้และโลกจริงของผู้เรียนไม่ถูกตัดออกจากกัน
หลักการนี้ไม่ได้จำกัดเรื่องวิธีการสอน แต่เน้นองค์ประกอบ 3 อย่างที่สำคัญ ได้แก่ (1) การเรียนรู้ต้องเชื่อมโยงกับชีวิตผู้เรียน (2) การใช้โจทย์หรือปัญหาปลายเปิด (Open-Ended Problem) ที่มีคำตอบได้หลากหลาย และ (3) การฝึกให้ผู้เรียนสามารถนำการเรียนรู้ของตัวเองได้ (Self-Directed Learning)
นอกจากนี้ เป็นการเปลี่ยนจุดโฟกัสจาก ‘เนื้อหา’ เป็น ‘ผู้เรียน’ ซึ่งวิชานี้เน้นให้ครูเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีวางแผนการสอน จากเดิมที่มักตั้งคำถามว่า ‘ครูจะสอนอะไร’ (เพื่อให้ครบตามหลักสูตร) เป็น ‘ผู้เรียนจะได้เรียนรู้อะไร และจะได้รับประโยชน์อะไรจากการเรียนในคาบนี้’เมื่อครูโฟกัสไปที่ผู้เรียนเป็นหลัก วิธีการออกแบบการสอนก็จะเปลี่ยนไปโดยดึงความสนใจและบริบทของผู้เรียนมาเชื่อมโยงกับเนื้อหาได้ดีขึ้น

‘ตลาดสดและวัด’ ตัวอย่างบริบทจริงที่นำมาสร้างการเรียนรู้ในห้องเรียนได้
หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของโมดูลการเรียนรู้นี้ คือ การที่ครูจะต้อง ‘ลงพื้นที่’ เพื่อค้นหาวัตถุดิบและไอเดียสำหรับการออกแบบการเรียนรู้ เพื่อทดลองทำ Demo Class ซึ่งสถานที่ยอดฮิตที่จะต้องไปในโมดูลเรียนรู้นี้ ได้แก่ ‘ตลาดสด’ หรือ ‘วัด’ ซึ่งหลักการสำคัญของการนำตลาดหรือวัดมาใช้สำหรับการออกแบบการเรียนรู้ ได้แก่
(1) ใช้เป็นพื้นที่หาโจทย์การเรียนรู้ที่สดใหม่ กล่าวคือ การลงพื้นที่จริงอย่างตลาดหรือวัด ช่วยให้ครูได้รับ ‘ความสด’ หรือประสบการณ์ใหม่ ๆ ในการออกแบบกิจกรรม ซึ่งช่วยให้ครูได้ฝึกฝนการคิดไอเดียใหม่ ๆ ไม่หยิบแผนการสอนเก่า ๆ กลับมาใช้ซ้ำ ซึ่งการให้ครูได้ลงพื้นที่จริง ได้เห็นของจริง จะช่วยให้สามารถหยิบเรื่องราวที่เห็นเหล่านั้นมาเป็นโจทย์ในการออกแบบการสอนเชื่อมโยงกับชีวิตของผู้เรียนได้อย่างมีความหมาย
(2) การใช้ประโยชน์จากความรุ่มรวยของบริบทพื้นที่ กล่าวคือ ตลาดและวัดเป็นพื้นที่สาธารณะที่มีอยู่แทบทุกชุมชนในประเทศ สถานที่เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งค้าขายหรือศาสนสถานเท่านั้น แต่เป็น ‘พื้นที่ชุมชน’ ที่เป็นศูนย์รวมของกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีความรุ่มรวยทางเนื้อหาให้ครูสามารถหยิบจับหรือนำมาออกแบบบูรณาการได้หลากหลายวิชา ทั้งในแง่ของศิลปวัฒนธรรม ศาสนา สังคม วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์
Demo Class: ตัวอย่างการนำตลาดมาออกแบบการเรียนรู้วิชาเคมี
เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น จึงขอยกตัวอย่างห้องเรียนเชื่อมโลกจริงจาก ครูโบว์-ลัดดาวรรณ เหล่าเกียรติกุล ครูแกนนำโครงการก่อการครู ซึ่งได้นำกรอบคิดการออกแบบที่เชื่อมโลกจริง โดยใช้ ‘ตลาด’ เป็นบริบทหลักในการออกแบบการเรียนรู้
- เริ่มจากคำถามปลายเปิดในชีวิตประจำวัน: ครูโบว์ชวนนักเรียนคุยว่าเวลาไปตลาด จะได้อะไรกลับมาบ้าง (เช่น ไข่พะโล้ ถุงพลาสติก หนังยาง ถุงหิ้ว)
- ชวนสังเกตและจำแนก: ครูโบว์ตั้งคำถามต่อว่า สิ่งที่ได้กลับมาจากตลาดนั้น เป็นสิ่งที่‘กินได้’ หรือ ‘กินไม่ได้’ มากกว่ากัน
- เชื่อมโยงสู่ปัญหาผ่าน Mind Map: จากนั้น ชวนนักเรียนวิเคราะห์ปัญหาพลาสติกล้นเกินผ่านคำถามว่า ‘รู้ปัญหาแล้วทำไมไม่ลด’
- ขยายผลสู่สเกลที่ใหญ่ขึ้น: ครูโบว์ให้เด็ก ๆ อ่านข่าว ‘วาฬพลาสติก’ แล้วตั้งคำถามเพื่อให้เห็นภาพใหญ่ว่า การจ่ายตลาดธรรดาในชีวิตประจำวัน ถุงพลาสติก และสิ่งแวดล้อมโลก เกี่ยวข้องกันอย่างไร
ผลลัพธ์จากวิธีการนี้ คือ เด็กๆ สามารถตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมได้จริง ผ่านการมองเห็นว่าปัญหาขยะพลาสติกเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตประจำวันของพวกเขา

‘ครูจะไม่โดดเดี่ยว’ ความคาดหวังที่อยากให้เกิดขึ้นจากวิชานี้
ในฐานะเจ้าของรายวิชา อ.เปี๊ยกสะท้อนให้เห็นความคาดหวังสำคัญที่อยากให้เกิดขึ้นผ่านโมดูลการเรียนรู้นี้ นั่นคือ ความมุ่งหวังที่จะสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ของครู (Teacher Community) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งประเด็นเบื้องหลังของวิชานี้ กล่าวคือ ความต้องการให้ครูได้มีโอกาสทำงานร่วมกันอย่างจริงจัง เป็นพื้นที่ปลอดภัยที่ทำให้ครูกล้าที่จะคิด ออกแบบการสอนและทำงานร่วมกัน รวมถึงการเฉลิมฉลองความสำเร็จด้วยกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและก่อให้เกิดเป็นเครือข่ายชุมชนการแลกเปลี่ยนของครูขึ้นมาได้
“มีครูท่านหนึ่งเสียน้ำตาตอนที่สะท้อนบทเรียน เขาบอกว่าตอนสอนที่โรงเรียนไม่เคยได้ทำงานแบบนี้กับเพื่อนครูเลย มันเป็นความสุขในฐานะคนเป็นครูที่ได้มาทำสิ่งเหล่านี้กับเพื่อน ๆ ซึ่งเขาไม่เคยได้ทำที่โรงเรียนเลย” อ.เปี๊ยกสะท้อนข้อค้นพบสำคัญจากผู้เข้าร่วม
จากข้อค้นพับดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่า ครูเองก็มีอยากมี ‘เพื่อน’ สำหรับการได้ทำงานร่วมกัน ได้คิดและแลกเปลี่ยนไอเดียร่วมกัน หรือได้สอนร่วมกัน ซึ่งบรรยากาศของการทำงานร่วมกันนี้ จะช่วยให้วัฒนธรรมองค์กรเกิดบรรยากาศการทำงานเชิงบวก ซึ่งต้องอาศัยการมีผู้บริหารที่เข้าใจและให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันเป็นทีม
นอกจากนี้ ยังหวังว่า ครูที่ได้เรียนรู้ในโมดูลการเรียนรู้นี้สามารถนำไอเดียไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมในห้องเรียนได้ โดยเฉพาะในกลุ่มครูสังกัด กทม. ที่มีทุนสนับสนุนการทำนวัตกรรมให้ ภายหลังจบโมดูลนี้ จึงคาดหวังว่าครูจะได้ไอเดียและกลับไปจับมือร่วมกับเพื่อนครู เพื่อสร้างสรรค์การเรียนการสอนใหม่ ๆ ในห้องเรียนของตนเองต่อไป
แหล่งที่มาเพิ่มเติม:
- ‘ตลาดวิชา’ ห้องเรียนกลางตลาดที่พาครูและเด็กออกไปเรียนรู้จากชีวิตจริง https://korkankru.com/%e0%b8%95%e0%b8%a5%e0%b8%b2%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%8a%e0%b8%b2-%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%99%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%b2/




